Source of Medicine and Drugs  
จุดรวมแหล่งข้อมูลทางการแพทย์และยา ตำแหน่งที่ท่านอยู่   กระเพาะปัสสาวะอักเสบ  
| หน้าหลัก | ต่างชาติ | ของไทย | วารสาร | สมุนไพร | อื่นๆ | ติดต่อผม | เว็บบอร์ด | สมุดเยี่ยม l  
 
Webmaster

เชื่อมโยงเกี่ยวข้อง
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ จาก ห้องสมุดE-LIB

การตรวจปัสสาวะ

 


กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

คุณรู้จักกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือยัง
จะเกิดกับคุณเมื่อใดบ้าง
อาการที่สำคัญ
วิธีการรักษา
ข้อแนะนำการป้องกันการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
 

 
 
 
 
 
 
 
 

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ คือ อะไร?

         เกิดจากการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ เชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุ ส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อ ที่พบในอุจจาระ (เชื้อ Escherichia coli) กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยในผู้หญิงอายุ 20-40 ปี มีโอกาสติดเชื้อประมาณ 25-35 % ผู้ชายพบได้น้อยกว่า 1% เนื่องจากท่อปัสสาวะในผู้หญิงสั้นกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงมีท่อปัสสาวะยาวเพียง 1-2 นิ้ว แต่ในผู้ชายท่อปัสสาวะยาวถึง 8 นิ้ว

 
 
 
 
 
 
 

แล้วจะเกิดกับใคร เมื่อใดบ้าง?
        ในผู้หญิง จะเกิดได้ตั้งแต่วัยเด็กจนวัยสูงอายุพบมากในหญิงตั้งครรภ์ และผู้หญิงที่กลั้นปัสสาวะนานๆ ซึ่งน้ำปัสสาวะจะถูกขังอยู่ ในกระเพาะปัสสาวะเป็นปริมาตรมากขึ้น ทำให้กระเพาะปัสสาวะทำงานหนักขึ้นเมื่อถูกซ้ำเติมโดย เชื้อแบคทีเรียที่แทรกซึมเข้าไป ก็อาจทำให้เกิดการอักเสบ ผู้หญิงที่แต่งงานใหม่ หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ อาจมีอาการขัดเบาแบบกระเพาะปัสสาวะอักเสบ สาเหตุเกิดจากการฟกช้ำจากการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดการบวมของท่อปัสสาว ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นติดเชื้อได้ง่าย ในผู้ชายมักจะไม่ค่อยเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่ถ้าในผู้ชายที่สูงอายุ พบได้มากขึ้น อาจพบในผู้สูงอายุที่มีต่อมลูกหมากโต , ต่อมลูกหมากอักเสบ ,ได้รับการสวนปัสสาวะทำให้เกิดการอักเสบของกระเพาะ และท่อทางเดินปัสสาวะ ในเด็ก อายุที่น้อยกว่า 5 ขวบ อาจพบ อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบเพียง 1-2% จากความผิดปกติแต่กำเนิด ของทางเดินปัสสาวะ ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นเบาหวาน นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต หรือ ภายหลังการสวนปัสสาวะ อาจพบว่ากระเพาะปัสสาวะอักเสบจะเป็นโรคแทรกในผู้ป่วย
 
 
 
 
 
 
 

อาการที่สำคัญ
        ถ่ายปัสสาวะทีละน้อยๆ แต่ปัสสาวะบ่อยครั้ง รู้สึกปวดขัด หรือแสบร้อนเวลาถ่ายปัสสาวะ อาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ปัสสาวะอาจมีกลิ่นเหม็น สีปัสสาวะมักจะใส แต่บางคนอาจจะมีปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปน ผลกระทบต่อร่างกาย กระเพาะปัสสาวะอักเสบหากไม่รีบรักษาทันที การติดเชื้ออาจขึ้นไปถึงกรวยไต และเนื้อไตได้ ซึ่งในกรณีเหล่านี้จะพบว่าเกิดอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดบริเวณบั้นเอว(ปวดหลังทั้งสองข้าง) บางรายมีอาการรุนแรงจนเกิดไตอักเสบและไตวาย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

การรักษา
        หากมีอาการปวดท้อง ก็ควรได้รับยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล และใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยาปฏิชีวนะที่สามารถรักษาได้ มีหลายกลุ่ม เช่น Cotrimoxazole 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง (ห้ามใช้ยา cotrimoxazole ในกรณีแพ้ยากลุ่มซัลฟา และหญิงมีครรภ์) หรือ ยา Amoxycillin 500 mg วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร ยา Amoxycillin ห้ามใช้ในกรณีแพ้ยา เพนนิซิลิน เป็นต้น ยาปฏิชีวนะ ในการรักษาควรจะรับประทานติดต่อกัน ประมาณ 7-14 วัน ถึงแม้ว่าอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะหายไป ก็ควรจะทานยาติดต่อกันจนหมดจำนวนที่ได้รับ และการดื่มน้ำตามมากๆจะช่วยบรรเทาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้อีกทางหนึ่ง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ข้อแนะนำในการป้องกันการเกิด กระเพาะปัสสาวะ
1. ถ่ายปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนการไปทำธุระข้างนอกทุกครั้ง
2. อย่ากลั้นปัสสาวะถ้าไม่จำเป็น
3. ถ้าเริ่มมีอาการปัสสาวะแสบขัด ให้รีบดื่มน้ำมากๆ และไม่กลั้นปัสสาวะ
4. ถ้าอาการปัสสาวะแสบขัดไม่ดีขึ้น ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ หรือถ้าอาการปัสสาวะแสบขัด ร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดบั้นเอว ต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรซื้อยามาทานเอง . หากเป็นผู้มีโรคประจำตัวอยู่ก่อน เช่น เบาหวาน ต่อมลูกหมากโต นิ่วในทางเดินปัสสาวะ เมื่อมีอาการ ปัสสาวะบ่อยครั้ง ปัสสาวะลำบาก ปวดขัด เวลาถ่ายปัสสาวะ ต้องรีบปรึกษาแพทย์เพื่อลดอาการ แทรกซ้อนที่ตามมา