Source of Medicine and Drugs  
จุดรวมแหล่งข้อมูลทางการแพทย์และยา ตำแหน่งที่ท่านอยู่   ตาปลา  
| หน้าหลัก | ต่างชาติ | ของไทย | วารสาร | สมุนไพร | อื่นๆ | ติดต่อผม | เว็บบอร์ด | สมุดเยี่ยม l  
 
Webmaster


เชื่อมโยงเกี่ยวข้อง
 

ตาปลา
ลักษณะทั่วไป
ตาปลา
หมายถึง ผิวหนังที่ด้านหนาขึ้นเนื่องจาก
แรงกดหรือแรงเสียดสีนานๆ
มักเกิดบริเวณที่มีปมกระดูกนูน
ตำแหน่งที่พบได้บ่อย
ได้แก่ บริเวณฝ่าเท้า และ นิ้วเท้า

สาเหตุ
ที่พบได้บ่อยคือการใส่รองเท้าคับแน่น ไม่เหมาะกับเท้า หรือการเดินลงน้ำหนักที่ไม่ เหมาะสม ทำให้มีแรงกดตรงใต้ฝ่าเท้า หรือนิ้วเท้านานๆ จึงเกิดการสร้างเนื้อเยื่อพังผืดแข็งๆ ขึ้นมารองรับจุดนั้นแทนเนื้อเยื่อธรรมดา มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง และเมื่อเดินบ่อย ๆ เข้าก้อนแข็ง นี้จะถูกกดลงใต้ฝ่าเท้าทำให้รากฝังลึกลงไปมากยิ่งขึ้นและถ้าก้อนถูกกดลึกลง ไปในผิวหนังเมื่อเดิน จะเจ็บมาก กลับที่เดิม

อาการ
ผิวหนังส่วนที่เป็นตาปลามีลักษณะด้านหนา หรือเป็นไตแข็ง แต่ถ้าตาปลามีขนาดโต อาจทำให้มีอาการปวดเจ็บได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาใส่รองเท้า ตาปลาอาจมีลักษณะคล้ายหูดที่ฝ่าเท้าต่างกันตรงที่ ถ้าใช้มีดฝาน หูดจะมีเลือดไหลซิบๆ แต่ตาปลาไม่มี กลับที่เดิม

การรักษา
1) ควรเปลี่ยนไปใช้รองเท้าที่มีขนาดพอดี ไม่คับหรือบีบแน่นเกินไปและใช้ฟองน้ำรอง ส่วนที่เป็นตาปลาเอาไว้เวลาใส่รองเท้าเพื่อลดแรงเสียดสี ตาปลาที่เป็นไม่มากมักจะค่อยๆหาย ไปได้เองในเวลาหลายสัปดาห์
2) ใช้พลาสเตอร์ที่มีกรดซาลิไซลิกขนาด40% W/W ปิดส่วนที่เป็นตาปลา ปิดทิ้งไว้ 2 ถึง 3 วัน ดึงพลาสเตอร์ออก แล้วแช่เท้าหรือบริเวณที่เป็นในน้ำอุ่นให้นานพอสมควร ตาปลา จะค่อยๆลอกหลุดไป ถ้าตาปลายังลอกหรือหลุดไม่หมด ให้ทำซ้ำอีกจนกว่าตาปลาจะลอกหลุดหมด
3) ใช้ยากัดตาปลาซึ่งมีกรดซาลิไซลิกผสม มีชื่อทางการค้า เช่น คอลโลแมก (Collomack), ดูโอฟิล์ม (Duofilm), ฟรีโซน (Free zone) ก่อนทายาให้แช่ตาปลาด้วยน้ำอุ่น แล้วใช้ตะไบเล็บ หรือผ้าขนหนูขัดบริเวณตาปลา จะช่วยให้ผิวหนังขุยๆหลุดออกไป แล้วทาวาสลิน รอบๆผิวหนังข้างๆ บริเวณตาปลา เพื่อป้องกันยากัดผิวหนังบริเวณผิวหนังปกติ เสร็จแล้วทายาตรงจุดตาปลา ทายา วันละ 1 ถึง 2 ครั้ง ตาปลาจะค่อยๆลอกหลุดไป ทายาจนกว่าตาปลาจะลอกหลุดหมด
4) การผ่าตัด
5) การจี้ด้วยไฟฟ้า กลับที่เดิม

ข้อแนะนำ
1) ควรแก้ไขที่สาเหตุ คือ ลดแรงเสียดสี โดยเลือกใส่รองเท้าที่พอดีกับเท้า
2) ถ้าไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัด หรือจี้ด้วยไฟฟ้า เพราะจะทำให้เป็นแผลเป็น และเจ็บทุกครั้งที่ลงน้ำหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นที่บริเวณส้นเท้า
3) ห้ามใช้มีด หรือของมีคมเฉือน เพราะอาจทำให้แผลอักเสบและบวมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ตาปลาเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในบุคคลทั่วไป และเป็นโรคที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ยกเว้น ในผู้ป่วยโรคเบาหวานถ้าเป็นตาปลาแล้วไม่ได้รับการรักษา อาจมีการอักเสบรุนแรงได้